บ้านเรียน ดนตรีคือชีวิตของยุ้งข้าว ผู้หลงใหลในการเล่นดนตรี

by บ้านเรียน on Sep 14, 2012


            จำได้ตั้งแต่ตัวเล็กๆ  คุณแม่ซื้อคีย์บอร์ดกับกีต้าร์เด็กๆให้    ยุ้งข้าวจะต้องแขวนกีต้าร์ที่กดเป็นเสียงเพลงไว้ที่คอ
และยืนหลังคีย์บอร์ดเด็กตัวนั้น    วันทั้งวัน  วนเวียนอยู่กับเครื่องเล่น  2  ตัวนี้  อาจจะพักไปเล่นอย่างอื่น  แต่ก็ต้องเปิดเสียง
เพลงจากคีย์บอร์ดหรือกีต้าร์ไว้ตลอด  เพลงก็มีอยู่ไม่กี่เพลง  วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา  ไม่รู้จักเบื่อหน่าย  

            อายุได้สัก  2  ขวบกว่า  เราได้ไปเที่ยวอยุธยากัน  คุณแม่ซื้อกีต้าร์สายเหมือนกีต้าร์ผู้ใหญ่ให้  แต่เป็นตัวเล็ก   ขนาด
น่าจะเท่าอูคูเลเล่ไชส์ โซปราโน  ตั้งแต่ได้กีต้าร์ตัวนั้นมา  ยุ้งข้าวนั่งดีดกีตาร์ได้ทั้งวัน  ดีดจนนิ้วเป็นรอย  ดูน่าจะเจ็บนิ้วแล้ว
แต่ก็ไม่ยอมหยุดเล่นเลย  ยังคงเล่น  ประหนึ่งว่าเล่นเป็นเพลงทีแสนจะไพเราะเอามากๆ  ซะด้วย

           อายุ  3  ขวบครึ่ง  คุณแม่พาไปทดลองเรียนหลักสูตร music  wonderland เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเรียน
หลักสูตร  Jmc  ของสยามกลการ  พอออกจากห้องเรียน  คุณครูถามว่าจะเรียนมั๊ย  ยุ้งข้าวตอบว่าเรียนครับ  คุณแม่ก็ต้อง
มาคุยว่าการเรียนดนตรี  คือการที่ต้องซ้อมทุกวันนะ  ยุ้งข้าวเรียนแล้ว  ต้องซ้อมทุกวันนะ   (ย้ำ)  ยุ้งข้าวก็บอกจะเรียน  อยาก
เรียน  ก็เป็นอันตกลงว่าเรียนและซ้อมทุกวัน  นับแต่นั้นมา  

           และยิ่งเติบโต  ยุ้งข้าวก็ยิ่งให้ความสนใจในการเรียนดนตรีที่หลากหลายมากขึ้น  อยากเล่น   อยากเรียนมากมาย  ลอง
มาชมภาพกันนะคะ  ว่ายุ้งข้าวมีความชอบในการเล่นเครื่องดนตรีที่หลากหลาย  และภาพการเรียน  การซ้อมดนตรีของยุ้งข้าว
กันคะ  



          ภาพบน  เรียนกับครูมีน

 

           ซ้อมเปียโน  กิจวัตรประจำวัน




           ภาพแสดงคอนเสิร์ตประจำปี  ที่หมู่บ้านชลลดา  บางบัวทอง          




           วันไหนครึ้มอกครึ้มใจก็ไปขนเครื่องดนตรีที่สะสมไว้  มาตี  มาเป่า  เป็นเพลงต่างๆ  ตามที่อยากบรรเลง  (บางครั้
งก็อาจต้องมีทนฟังหน่อยคะ)




          ร้องเพลงกับพ่อ  เล่นดนตรีให้พ่อร้อง ร้องกันเอง  ฟังกันเอง  ชมกันเอง  เพราะเราคนกันเอง



          ขอเรียนระนาดเอก  แม่ขอร้องให้เรียนเครื่องดนตรีที่สามารถพกติดตัวได้  เปลี่ยนเป็นซออู้  ครูพี่เนมาช่วยสอน





           ตามกฎ  เรียนแล้วต้องซ้อม















           เปียโนก็ยังเรียนทั้งเดี่ยวกับครูมีน  และเรียนกลุ่มยามาฮ่า  หลักสูตร  AXC  กับครูปุ้ม






            ดูการแสดงดนตรีและการแสดงพื้นบ้านจากหลากหลายวัฒนธรรมจากเพื่อนบ้านกับเพื่อนๆ





           เกาะติดกระแส  ฮิตอูคูเลเล่  เหมือนกัน




          ข้อดีคือ  เล็ก  ซ้อมได้เวลาเดินทางในรถ




           เรียนรู้เอง  ดูใน  youtube  อยากรู้เพิ่มเติมก็ถามผู้รู้



          ข้อดีคือ  ไปไหนก็พกพาง่าย  นั่งเล่น  นอนเล่น  สบาย  ไม่มีอุปสรรค์  (ขยันมาก  เวลานอนยังเล่นเลยคะ)



           เปียโนก็ต้องซ้อมทุกวัน  ตั้งแต่ทำบ้านเรียน  วันไหนอารมณ์ดี  ก็นั่งซ้อมนานหลายชั่วโมง  (เป็นอารมณ์คะ)
ถ้าอารมณ์ไม่ค่อยบรรเจิดก็ประมาณ  1  ชั่วโมง  สำหรับเปียโน





            ชอบไปบ้านนี้  บ้านเสียงและเครื่องดนตรี นอกจากใจดีแล้ว ลุงโก  คุณพ่อพี่แก่น  สะสมเครื่องดนตรีไว้มากมาย 
ทำให้ยุ้งข้าวตื่นตาตื่นใจกับเครื่องดนตรีแปลกๆจากทั่วทุกมุมโลก





          มีโอกาสก็ไปอบรมแต่งเพลง  กับลุงไวท์  จัดโดย  เอฟเอ็ม  105.5  และสสย.



           มีโอกาสก็ไปฟังคอนเสิร์ต  และซื้อแผ่นCDจากศิลปิน  กลับมาฟังต่อที่บ้าน



           ได้เวลาสอบ  ก่อนสอบก็เข้าห้องวอร์มนิ้วซะหน่อย



                        เกรด  3  



            ผลคะแนนของเกรด  4  



        ใบนี้รับจากยามาฮ่า  



           อบรมเพิ่มพูนความรู้ ที่สนใจ





            มีเวลาก็แต่งเพลงเอง  ร้องเอง  อัดไว้ฟังเอง  ตามอารมณ์


       
            แต่งเอง   ร้องเอง  บรรเลงเอง  บันทึกเอง  และช่วยร้องบทเพลงที่คุณแม่แต่ง        







           พบรักใหม่  ซึงเสียงหวานปนเศร้า  และหลงใหลในทันที






           เรียนที่เชียงใหม่กับครูเบิร์ท  5 เพลง   และเมื่อครูเบิร์ทมากรุงเทพ  ก็มีโอกาสได้เรียนอีก  2  เพลง
  
  



             ตามกฎ  เรียนแล้วก็ต้องซ้อมทุกวัน



           ยุ้งข้าวซ้อมซึง  พ่อเป่าขลุ่ย  คนละคีย์แต่ไปด้วยกันจนได้









           วันไหนว่างๆ  เครื่องดนตรีทุกชิ้น  ก็จะมีชีวิตขึ้นมาทันใด  เช่นวันนี้  ทุกเครื่องดนตรีพร้อมใจออกมาบรรเลงเพลง
ล่องแม่ปิง



           เสียงซึงของพี่ยุ้งข้าว  สะกดน้องกลมให้นิ่งนานหลายบทเพลง  แถมมีเสียงบ่นเมื่อหยุดบรรเลงด้วย








           พาไป  TK  Park  ก็ยังเข้ามุมดนตรี



           เล่นคีย์บอร์ดเพลงให้เพื่อนๆที่เรียนภาษาอังกฤษร้องเนื่องในวันแม่  12  สิงหาคม  2555



            ไปไหนก็เอาไปซ้อมได้  ระหว่างรอเจ้าของบ้าน  ก็บรรเลงไปพลางๆ  ไปบ้านไหน  บ้านนั้นชอบใจ  เสียงบรรเลงซึง
หวานจับใจจากหนุ่มน้อยหน้าหวาน   ที่บรรจงบรรเลงกล่อมผู้คน



             อยู่บ้านก็มั่นฝึกฝนเพลงที่เรียน  และหาบทเพลงใหม่  สร้างความสดชื่นและตื่นเต้นให้กับคนบรรเลงเอง







           มีโอกาสก็แบ่งปัน  ตามคำครูเบิร์ทสอนไว้  เรียนแล้วให้ทำตัวเป็นเมล็ดพันธุ์  ตกตรงไหนงอกตรงนั้น  เล่นได้ต้อง
ถ่ายทอดได้  แบ่งปันความรู้  แบ่งปันความสุขแด่ผู้อื่น













            ยังคงต้องซ้อมทุกวันเช่นเดิม









 











Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง