Unnop ปมเขื่องในอดีตของฉัน

by Unnop on Oct 13, 2012


"โรงเรียน" สิ่งที่ได้รับ คือ งานเลี้ยงรุ่นรำลึกถึงโรงเรียนและเรื่องเก่าๆ

เลี้ยงรุ่นพรศิริกุล
 
ต่อเนื่องจาก บ้านเรียนเพื่อลูกหรือเพื่อพ่อแม่ แล้วเลยเถิดไปเรื่องเล่าปมของตัวเองกัน https://www.facebook.com/groups/homeschoolnetwork/permalink/390945444309468/ เลยเล่าบ้าง ไหนๆ ก็เล่าแล้วไม่อยากให้มันหายไป ก็เลยขอเล่ากันเป็นบทความเลยละกัน
สำหรับคำถาม "เรื่องการออกมาทำโฮมสคูลให้ลูกนี้ สนองความอยากของพ่อแม่หรือว่าตั้งใจทำเพื่อลูกกันแน่" เป็นคำถามที่โอเคนะ ถ้าใช้ตรรกะเดียวกับที่ว่า "การส่งลูกไปโรงเรียนนั้น เพื่อสนองความต้องการของพ่อแม่หรือเพื่อลูกกันแน่" แต่จุดประสงค์การทำโฮมสคูล (homeschool) อาจจะเริ่มจากความต้องการของพ่อแม่ก่อนแล้วค่อยถามความต้องการของลูกหรือทำตามความต้องการของลูกก่อนก็ได้ แต่ปลายทางแล้วคือ "ทำตามความต้องการของลูก" อย่างเดียวเท่านั้น
 
ถ้าถามความต้องการของผมที่มาจากปมในอดีตเล่ากันมาเป็นไทม์ไลน์ได้เลย ดังนี้
 
1. ประถม โรงเรียนพรศิริกุล จ.ตรัง 
เบื่อการเรียนมาก อยากเล่นแต่เกมกด และพยายามทำตัวป่วยการเมืองเพื่อหาเรื่องไม่ไปโรงเรียนเสมอ ถูกครูบังคับให้ทำการบ้าน ถ้าไม่ทำจะโดนฟาด ช่วงนั้นเล่นแต่เกมแฟมิคอมทุกวันจนหลับ แล้วก็ไม่อยากไปโรงเรียนคิดแต่จะรีบกลับบ้านมาเล่นเกม เคยถูกตีและบังคับว่า จนกว่าจะร้อง ถ้าไม่ร้องจะไม่หยุดดี เลยต้องพยายามกลั่นน้ำตาออกมาให้ได้เลยว่ะ นี่มันวิธีทรมานนักโทษ หรือผู้ต้องหาให้รับสารภาพชัดๆ แถมมีเชิญผู้ปกครองมาพูดคุยอีกต่างหาก
 
2. มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบูรณะรำลึก จ.ตรัง
เป็นคนเรียนไม่เก่ง กีฬาก็ไม่เก่ง ทำให้มีปมด้อย ไม่ค่อยมีปมเด่น เลยไม่มีช่วงเวลาไหนที่ชอบเลยแม้แต่น้อย ต้องเรียนในสิ่งที่ไม่อยากเรียน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีวิชาไหนที่อยากเรียนทั้งนั้นแหละ มีวิชาสังคมศึกษาของคุณครูโหดขั้นเทพ เวลาครูเข้าสายจะภาวนาให้ครูไม่เข้าเสมอ (ไม่แน่ใจว่าเคยแช่งให้ถึงตายหรือเปล่า แต่ดูเหมือนสุดท้ายคำแช่งจะส่งผล ครูท่านนั้นลาออกไป อีกหนึ่งปีหลังจากนั้นก็หลุดพ้นกัน) แล้วแน่นอนหากวันนั้นครูไม่เข้าจริงๆ ก็จะไชโยกันทั้งห้องมีความสุขตลอดวัน แต่หากครูเข้าชั่วโมงเรียนนั้นจะเป็นชั่วโมงแห่งความหวาดกลัวและยาวนานมากๆ ครูส่วนใหญ่ก็โหดๆ ใช้วิธีโหดๆ ทำโทษด้วยไม้เรียว ครูสอนภาษามีการสุ่มถามคำศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือการคัดศัพท์ตามบอก ไม่ได้คำละ 1 ฟาด ถ้าคำง่ายๆ แล้วไม่ได้เจอเบิ้ล เหี้ย นี่มันฝึกทหารไปรบเหรอวะ บูรณะรำลึก เป็นโรงเรียนที่เข้มงวดมาก น่าเบื่อสุดยอด อนุรักษ์นิยมสุดโต่ง
 
3. มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนวิเชียรมาตุ จ.ตรัง
ยังคงเรียนไม่เก่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ชอบเข้าห้องเรียน โชคดีที่โรงเรียนนี้ไม่กวดขันเท่าที่เก่า ไม่ค่อยเข้าเรียนก็ไม่โดนบังคับอะไรมากมาย เลยอยู่นอกห้องซะเป็นส่วนมาก ชีวิตช่วงนี้ถือว่ามีความสุขพอสมควร ไม่เข้าเรียน เที่ยวเล่น กินเหล้า เมายา ทำอะไรได้ทุกวัน แต่ยังคงต้องติดศูนย์ตกนรกกับวิชาพุทธศาสนาเจ้าเก่าเหมือนเดิม วิชานี้เป็นปมในอดีตที่เลวร้ายมาก แต่ละปีก็ผ่านมาได้ด้วยเกรดเฉลี่ย 1.2 และติดศูนย์เทอมละสองตัวสม่ำเสมอ ทำให้สอบตรงไม่ติด กล่าวโดยเฉพาะวิชาพุทธศาสนาแล้ว เป็นความทรงจำที่น่าเบื่อที่สุดในโลก ติดศูนย์ประจำแถมยังมาดึงเกรดเฉลี่ยเราให้ต่ำลงทั้งที่เราได้เกรด 4 คณิตศาสตร์และเคมี
 
4. มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กรุงเทพฯ
ปรับตัวเองแล้ว เนื่องจากรู้สึกผิดที่สอบตรงไม่ติดและต้องใช้เงินเยอะมากขึ้น ด้วยการตั้งใจเรียนทำคะแนนได้ดีจนเกือบได้เกียรตินิยม แต่ก็ทำไม่ได้เพราะยังติดเที่ยวเล่นกินเหล้า เมายา เหมือนเดิม และพื้นฐานความรู้ต่ำ เรื่องราวก็ยังวนเวียนเหมือนเดิม คือ เรียนเรื่องเดิมๆ ยังมีหลายวิชาเหมือนเดิม ไม่รู้เรียนไปทำอะไร และเนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยยิ่งไม่ต้องเข้าเรียน ก็เลยไม่เข้าเลย ถึงเวลาก็อ่านหนังสือเองประจำ มีช่วงสนุกอยู่ตอนเดียวคือ ทำวิทยานิพนธ์ ได้เขียนโปรแกรม เป็นสิ่งที่เรียนด้วยตัวเองและเข้าใจ ปีสี่จึงสนุกและตื่นเต้นทั้งเทอม
 
โดยสรุปการไปโรงเรียน คือ โดนบังคับเรียนแต่เรื่องที่ไม่เคยสนใจ ทำตามเวลาที่กำหนด ทุกช่วงเวลาการสอบเป็นอะไรที่ตกนรกมาก เพราะเต็มไปด้วยความเครียด เครียดในเรื่องที่ไม่อยากจะเครียดนี่มันตกนรกชัดๆ รักวันหยุดและปิดเทอมมาก แต่แล้วทำไม๊ ทำไมปิดเทอมต้องพ่วงมาด้วยการบ้านอีกเป็นปึก ทุกวันนี้ยังมีฝันถึงว่าวันรุ่งขึ้นเป็นวันสอบอยู่เสมอ ตื่นแล้วโล่งอกทุกทีที่เป็นความฝัน เป็นฝันร้ายที่ติดตัวไปตลอดชีวิต ภาวนาให้ชาติต่อไปถ้าเกิดเป็นคนขอเกิดเป็นเด็กโฮมสคูล เรียนไปมา กว่าจะรู้ตัวเองก็ปัญญาอ่อนมาได้ยี่สิบกว่าปีแล้ว เฮ้อ โรงเรียนนี่หนอ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง