Patai คู่มือเลี้ยงลูกที่ไม่มีใครแนะนำ

by Patai on Oct 11, 2013


เมื่อนึกถึงหนังสือที่เกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูก หรือคู่มือเลี้ยงเด็กเรามักจะนึกถึงหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็ก พัฒนาการเด็ก คู่มือต่าง ๆ นานา ที่มีคำว่า “เด็ก” หรือ “ลูก” แต่ผมคิดว่าหนังสือบางประเภทเป็นคู่มือเลี้ยงลูกชั้นดีที่เรามักนึกไม่ถึง
ถ้าใครได้เคยอ่านหรือรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก จะสังเกตได้ว่าในหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ ประเด็นมีคำแนะนำที่สวนทางกันหรือเห็นต่างกันไปคนละทิศละทางอย่างเลือกไม่ถูกเลยว่าจะเชื่อแบบไหน เช่นเรื่องการอุ้ม อุ้มมากเดี๋ยวติดมือ หรืออุ้มไว้ก่อนเพื่อความรักและอบอุ่น เรื่องการจัดตารางการให้นม การจัดเวลานอน ว่าควรเข้มงวดหรือตามใจ เป็นเวลาเปะ ๆ หรือให้เมื่อเด็กร้องขอ อ่านเล่มหนึ่งก็แนะนำอย่างหนึ่ง อีกเล่มก็อย่างหนึ่ง ถามคน 3 คนก็เสนอกันไปคนละทาง แล้วจะเอาอย่างไรดีละ
 
ถ้าเลือกได้เราคงอยากรู้ล่วงหน้าว่าถ้าเลี้ยงลูกประมาณนี้แล้วลูกเราจะโตไปเป็นอย่างไร ถ้าเลี้ยงอีกแบบหนึ่งละจะเป็นอย่างไร แต่ชีวิตจริงก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าหรือมีข้อมูลที่จะบอกได้ขนาดนั้นใช่ไหมครับ
 
ดังนั้นหนังสือประเภทหนึ่งที่ผมจะขอแนะนำเป็นคู่มือการเลี้ยงลูกก็คือ หนังสือประเภทอัตชีวประวัติ หรือประวัติบุคคลต่าง ๆ หนังสือประเภทนี้มักจะเขียนถึงคนที่ประสบความสำเร็จหรือมีความโดดเด่นในด้านในด้านหนึ่ง เล่าที่มาที่ไป ภูมิหลังการเลี้ยงดูต่าง ๆ ทำให้เราพอได้ภาพว่า การเลี้ยงดูแบบไหน สภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร จึงทำให้คน ๆ หนึ่งเติบโตมาเป็นอย่างไร จากที่อ่านมาสังเกตว่าประวัติชีวิตที่เจ้าตัวเขียนเอง (มักให้คนอื่นเรียบเรียง) จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเลี้ยงดูมากกว่า หนังสือประวิติที่คนอื่นเขียนถึงอันเป็นมุมมองจากคนนอก
 
วิธีการเลือกหนังสือก็ง่าย ๆ ว่าคุณสนใจเรื่องอะไร คนแบบไหน หรืออยากให้ลูกโตมาประมาณไหนก็หาหนังสือของคนที่ประสบความสำเร็จในด้านนั้น ๆ มาอ่าน

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ผมก็เลยถือโอกาสแนะนำหนังสือที่ผมได้อ่านแบบสั้น ๆ


1.     สตีฟ จ็อบส์ : Steve Jobs เล่มนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรมาก หลาย ๆ คนคงได้อ่านแล้ว แต่ถ้าเผลอลืมเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับการเลี้ยงดูสามารถกลับไปอ่านใหม่ได้ หลัก ๆ ที่ผมได้ก็คือ สภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญมาก เพราะบริเวณที่ จ๊อบส์ อาศัยอยู่มีวิศวกรเก่ง ๆ ที่ทำงานอยู่ในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ และมีการรวมตัวกันเป็นชมรมที่แลกเปลี่ยนความรู้กัน จ๊อบส์ก็ได้เรียนรู้จากตรงนั้นเยอะมาก ส่วนที่เหลือก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจหลายเรื่อง เช่นปมในชีวิต การเป็นลูกเลี้ยง ความเป็นช่างไม้ที่มีความละเอียดถี่ถ้วนที่ถ่ายทอดไปถึงตัว จ๊อบส์ ฯลฯ ต้องยอมรับว่าอ่านสนุกและได้ข้อคิดในหลาย ๆ เรื่องเลย


2.     ผมจะเป็นคนดี ซึ่งเป็นประวัติของคุณ วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้ง บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน เจ้าของโครงการนิคมอุสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงเป็นอย่างมาก ถึงขนาดมีการยิงกันระหว่างน้องของคุณวิกรมกับคุณพ่อ จนน้องบาดเจ็บสาหัส แต่คุณวิกรมก็สามารถนำพาตัวเองจนประสบความสำเร็จในการสร้างบริษัท มีจุดเปลี่ยนสำคัญ ๆ ในชีวิตหลาย ๆ ช่วง ใครมีลูกที่ชอบความบู๊ล้างผลาญอ่านเล่มนี้น่าจะช่วยได้ครับ
 
ทั้งสองเล่มนี้ให้ภาพการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมที่คน คนหนึ่งเติบโตได้อย่างมีรายละเอียดเพราะเขียนโดยคำบอกเล่าของเจ้าตัว พูดตรง ๆ ว่าอ่าน 2 เล่มนี้และประวิติคนอื่น ๆ ที่เคยได้ยินมาบ้างพอประกอบกันได้ว่า แม้ว่าเด็กจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างยากลำบาก มีความรุนแรงในครอบครัว มีการเลี้ยงดูที่มองแล้วไม่เหมาะสม แต่มนุษย์แต่ละคนก็สามารถสร้างทางเดินของตัวเองได้ เป็นการบอกพ่อแม่ผู้ปกครองว่า ถึงเราจะมีข้อจำกัดในการเลี้ยงดูลูกด้านใดด้านหนึ่ง หรือเราอาจรู้สึกว่าเรายังทำไม่ได้ดีก็ตาม แต่เด็กสามารถเติบโตจนประสบความสำเร็จในทางเดินของเขา เราเพียงทำให้ดีที่สุดในทุก ๆ นาทีก็พอแล้ว
หรือในทางกลับกันจะพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จ สร้างนวัตกรรมสำคัญ ๆ นั้นอาจจะเกิดมาจากปมบางอย่างในชีวิต ถ้าเราเลี้ยงลูกแล้ว ไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงไม่ได้ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักของผู้คน แต่เค้ามีชีวิตที่ดี มีความสุข รู้จักตัวเองพอใจกับชีวิตแล้วนั้นถือเป็นความสำเร็จเช่นกัน
****************************************
ปล. แนะนำหนังสือเล่มอื่น ๆ ที่ผมได้อ่าน แม้จะมีรายละเอียดที่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกไม่มากหรือบางเล่มผมไม่ได้อ่านฉบับเต็ม แต่ไหน ๆ เขียนแล้วก็เลยเอามาเล่าให้ฟังกันสั้น ๆ

1)      The Millionaire Fastlane: Crack the Code to Wealth and Live Rich for a Lifetime. เขียนโดย MJ DeMarco ผู้ร่ำรวยจากการทำธุรกิจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต ความอยากรวยของเขาเริ่มจากความหลงไหลในรถลัมโบกินี่ราคาแพงและใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของ มาวันหนึ่งเข้าเจอชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถลัมโบกินี่มาจอดตรงหน้าเขา ทำให้เขารู้ว่ามันเป็นไปได้ที่ใครคนหนึ่งจะรวยตั้งแต่ยังหนุ่ม ทำให้เขาศึกษาวิธีการต่าง ๆ ที่จะเป็นเศรษฐี เขาเลือกที่จะศึกษาประวัติของเศรษฐีแต่ลงลึกเฉพาะคนที่รวยตอนอายุน้อยเท่านั้น คนที่รวยตอนแก่ไม่เอา และเขาก็เล่าถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จะทำให้คน ๆ หนึ่งรวยเร็วผ่านหนังสือเล่มนี้ เล่มนี้ผมเขียนถึงแบบเต็ม ๆ ไว้ที่ http://bit.ly/1bLXKFp ไม่ได้ภาพการเลี้ยงดูมากเท่าไหร่แต่วิพากษ์ระบบการศึกษาและระบบการประกอบอาชีพ การทำงานหาเงินได้ดี และทำให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตัวเองจากแรงบันดาลใจ

2)    "แม่เสือสอนลูก"  แปลโดย คุณนรา สุภัคโรจน์ เล่มนี้ผมไม่ได้อ่านทั้งเล่ม แต่อ่านจากที่เขียนไว้ในบล็อกนี้ http://5qkids.blogspot.com/2012/01/blog-post.html  มีทั้งหมด 7 ตอน แนะนำว่าควรอ่านให้ครบ ในบล็อกยังมีเขียนถึงหนังสือ สตีฟ จ็อบส์ : Steve Jobs ด้วย ที่น่าแปลกก็คือ ถ้าค้น ๆ ดูบางแห่งจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้เฉพาะส่วนหน้า คือพูดถึงความเฮี้ยบ เข้มงวดของคนเขียนราวกับว่าเป็นเรื่องดีควรทำ แต่จริง ๆ ความเฮี้ยบ เข้มงวดเกินไปก็มีราคาของมันที่ต้องจ่ายอยู่ ควรชั่งน้ำหนักให้ดี หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นชีวประวัติบุคคล แต่ให้ภาพวิธีการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่เล็กจนโตว่าส่งผลอย่างไรกับเด็ก  

จริง ๆ แล้วมีหนังสือชีวประวัติอีกมากมายที่น่าอ่าน ใครมีเล่มไหนที่คิดว่าดีฝากแนะนำและเล่าสั้น ๆ ถึงเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก ไว้ใน comments ได้เลยครับ 

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง