การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นงานง่ายๆ
สองสามวันนี้พี่เข้มมีโอกาสได้นำเสนอผลงานกับพี่ป้าน้าอาหลายคณะ ซึ่งพ่อก็เล่าไปพลางว่างานนี้ระดับสิบขวบทำได้ งานนี้ระดับสิบสามหรือสิบห้าทำได้ มีไม่กี่งานที่ดูยากหน่อยๆ น่าจะอายุสักสิบหกสิบเจ็ดถึงจะทำได้ คือเปรียบเทียบกับระดับงานที่เข้ม-คราม หรือเด็กๆ ใน CoderDojo Thailand ทำ หรือน่าจะทำกันได้ ซึ่งเด็กๆ ในโดโจเราเรียนรู้กันเร็วมาก หลายๆ คนเก่งกว่าเข้ม-ครามไปเยอะแล้ว ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าด้วยซ้ำ หลายคนมีผู้ปกครองพาไปเรียนต่อที่อื่นด้วย ไกลมากแล้วทั้งความรู้และเทคนิคต่างๆ
สองสามวันนี้พี่เข้มมีโอกาสได้นำเสนอผลงานกับพี่ป้าน้าอาหลายคณะ ซึ่งพ่อก็เล่าไปพลางว่างานนี้ระดับสิบขวบทำได้ งานนี้ระดับสิบสามหรือสิบห้าทำได้ มีไม่กี่งานที่ดูยากหน่อยๆ น่าจะอายุสักสิบหกสิบเจ็ดถึงจะทำได้ คือเปรียบเทียบกับระดับงานที่เข้ม-คราม หรือเด็กๆ ใน CoderDojo Thailand ทำ หรือน่าจะทำกันได้
 
ซึ่งเด็กๆ ในโดโจเราเรียนรู้กันเร็วมาก หลายๆ คนเก่งกว่าเข้ม-ครามไปเยอะแล้ว ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าด้วยซ้ำ หลายคนมีผู้ปกครองพาไปเรียนต่อที่อื่นด้วย ไกลมากแล้วทั้งความรู้และเทคนิคต่างๆ
 
ทักษะหลายอย่างที่เราทำกันอยู่ มันไม่ได้ยาก หรือพิสดารอะไร ถ้าเด็กคนไหนก็ตามอยากเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ก็ทำได้ง่ายๆ ระดับความยากเทียบไม่ได้เลยกับการแต่งโคลงกลอน ประวัติศาสตร์อยุธยา หรือแก้โจทย์สมการตรีโกณมิติ คือเด็กไทยเราทั่วๆ ไปเรียนกันยากมากจริงๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่เด็กๆ CoderDojo ทำกันได้
 
เพียงแต่พี่เข้มน้องคราม ทำสิ่งง่ายๆ นี้ต่อมาเรื่อยๆ แล้วก็พบว่าวันหนึ่งเพื่อนๆ ที่เก่งๆ ทำเรื่องยากๆ ได้ เขาก็เก่งแซงกันไปไกลแล้ว หรือหลายๆ คนก็ไปเก่งที่อื่น เก่งแบบอื่นกันหมดแล้ว ในขณะที่เรายังเก่งแบบพื้นๆ แบบนี้
 
แต่พอจะหาตัวคนทำงานง่ายๆ พื้นๆ นี้กลายเป็นปัญหาระดับชาติซะงั้น คือเราต้องการคนทำงานง่ายๆ แบบนี้สักแสนคนในประเทศ หรือที่เคยมีงานวิจัยกันคือสักล้านคนในไม่เกินสิบปีจากนี้ กลายเป็นไม่มี มีแต่คนเก่งเวอร์จำนวนหนึ่ง ที่องค์กรต่างๆ แย่งตัวกันจะเป็นจะตาย กับคนที่ไปเก่งเรื่องอื่นมั้ง ซึ่งเขาไม่เลือกมาทำเรื่องง่ายๆ แบบนี้
 
ชวนให้สงสัยอีกทีครับว่าเด็กไทยทำอะไร เรียนอะไรกัน
 
เขียนหลายรอบแล้วว่าพี่เข้มน้องครามออกแนวเด็กสามัญที่ไม่มีอะไรไปแข่งกับนักเรียนในระบบได้เลย ทุกวันนี้พอทำข้อสอบไปส่งก็รุ่งริ่ง ตกมากกว่าผ่าน เล่นกีฬาก็ไม่ได้เด่น ศิลปะก็เฉยๆ คณิตศาสตร์ง่อยสนิท เราเพียงแต่ทำในสิ่งง่ายๆ ง่ายมากๆ ที่คนจำนวนมากอาจจะเห็นว่ามันง่ายไป แล้วเรียกร้อง "ความยาก" มากกว่านี้ แล้วก็ไปทำสิ่งยากๆ ที่อื่นกันหมด ไม่ได้เป็นเรื่องถล่มตัวเกินความจริง เพราะสิ่งที่เราทำ เด็ก CoderDojo มาไม่กี่ครั้งก็ทำกันได้หมด
 
ก็แค่ทำเกมคอมพิวเตอร์ ก็แค่ตัดต่อวิดิโอ ก็แค่สร้างโมเดล 3D ก็แค่อีกหลายๆ แค่ ที่ใครๆ ก็ทำได้ถ้าจะทำ แต่ส่วนมากไม่เลือกจะมาทำ แล้วก็เลยทำกันไม่ได้ และนึกว่ามันยาก..เท่านั้นเอง
 
เขียนเรื่องนี้แล้วดูเหมือนน่าหมั่นไส้ คือลูกเราก็เก่งอยู่แหละครับ แต่มันเป็นความเก่งแบบที่มันพื้นๆ คือไม่ได้ยากที่จะทำ ไม่ได้ยากที่จะเรียนรู้ ไม่ได้ทำเรื่องยากๆ เลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เด็กไทยส่วนมากเผชิญอยู่ในห้องเรียนในปัจจุบัน ในระดับการศึกษาพื้นฐาน ในหลักสูตรแกนกลาง ซึ่งเรียนกันยากกว่านี้มากๆ ซึ่งเค้าก็ว่ามีประโยชน์เป็นพื้นฐานของสารพัดสรรพสิ่งในโลกนี้ เพียงแต่เรียนแล้วมันแค่เอามาใช้ประโยชน์โดยตรงไม่ค่อยได้นอกจากทำข้อสอบได้
 
ส่วนเราเรียนสิ่งที่ง่าย ง่ายกว่ามาก แต่กลับกับสิ่งที่สอนกันในห้องเรียนคือเราเรียนสิ่งง่ายๆ พื้นๆ ซึ่งเรียนไปก็เอาไปทำข้อสอบไม่ได้ แต่ใช้ประโยชน์ ใช้งานได้เลย แล้วก็อยู่กับมันมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ
 
หลายคนอาจจะออกมาบอกว่าเรียนแบบนี้พื้นฐานไม่แน่น ต่อยอดไประดับสูงไม่ได้ ซึ่งเราก็อาจจะยังไม่แคร์มาก เพราะต่อให้ไม่ต้องไปสูงๆ แบบที่เค้าว่ากัน มันก็มีไปสูงๆ ที่ว่าได้แค่ไม่กี่คนแหละ แล้วส่วนมากก็ล้มตายระหว่างทาง เราไม่ได้อยากไปสูง ก็แค่ทำงานพื้นๆ แบบนี้ งานง่ายๆ แบบนี้ ก็แค่เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็น ก็แค่ทำงานออกแบบได้ ก็แค่เล่นดนตรีก๊องๆ แก๊งๆ ก็แค่ใช้ google เป็น ก็อีกหลายๆ แค่ ส่วนใครจะไปสูงเป็นศาตราจารย์เป็นดอกเตอร์ ก็ให้เค้าสูงไป เราค่อยๆ เดินแบบเบาๆ ง่ายๆ ไปเรื่อยๆ
 
และที่สำคัญคือประเทศนี้ก็ต้องการคนงาน แรงงานที่ทำงานกับทักษะง่ายๆ แบบนี้ได้อีกสักล้านคน ซึ่งตอนนี้มันขาดอยู่อีกเก้าแสนคนมั้ง ลูกเราก็อาจจะโตไปเป็นกรรมกรแรงงานที่ทำงานง่ายๆ เขียนโปรแกรมง่ายๆ แบบนี้ได้ก็โอเคแล้วมั้ง