เล่นดนตรี
คุณลูกมาชวนคุยเรื่องการเล่นเปียโน คือพอมีเพลงที่ชอบ ก็จะไปแกะเองเล่นเองหรือแกะกับเพื่อนๆ หรือไปหาโน๊ตในเน็ตมาเล่นกัน นี่ก็ถามลูกว่านี่ยังอ่านโน๊ตกันเป็นหรือเปล่า ลูกตอบเฉยๆ เลยคือลืมไปเกือบหมดแล้ว มีจำได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ อ้าว..แล้วเล่นกันยังไง
คุณลูกมาชวนคุยเรื่องการเล่นเปียโน คือพอมีเพลงที่ชอบ ก็จะไปแกะเองเล่นเองหรือแกะกับเพื่อนๆ หรือไปหาโน๊ตในเน็ตมาเล่นกัน

นี่ก็ถามลูกว่านี่ยังอ่านโน๊ตกันเป็นหรือเปล่า
ลูกตอบเฉยๆ เลยคือลืมไปเกือบหมดแล้ว มีจำได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ

อ้าว..แล้วเล่นกันยังไง

ก็คือเอามาเขียนกันเอง GABC เข้มบอกว่าเขียนเหมือนคาถาน่ะ เรียงๆ กันไปเรื่อยๆ หรือเพื่อนบางคนก็เขียนเป็น โด เร มี ภาษาไทยไปเลย ก็กดไปตามนั้น ลูกเล่าต่อว่าต้องเหมือนอัจฉริยะน่ะ คือพอเห็นตัวแรกปุ๊บ ก็ต้องรู้ว่าคีย์ไหน แล้วอันไหน G สูง G ต่ำ อยู่ตรงไหน บีตเป็นยังไง จังหวะอะไร ก็ต้องรู้เอง เพราะถ้ากดแล้วมันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ส่วนคอร์ดบางทีก็มีบ้างไม่มีบ้าง ถ้าไม่มีมา ก็ใส่กันเอง อยากใส่อะไรก็ใส่

หรือบางทีก็ใช้โน๊ตไหลจากยูทูป อันนี้ก็ง่ายหน่อย นอกจากเพลงยากๆ ที่มันไหลเป็นน้ำตก คือเราต้องเล่นให้เป็นมาก่อน แล้วใช้โน๊ตไหลช่วย

ก็คือคุณลูกก็มีดนตรีอยู่กับตัวอยู่บ้าง อยากเล่นก็เล่นได้ เล่นประมาณสันทนาการ คือทำยังไงก็ได้ให้มันเป็นเสียงที่ชอบออกมา ไม่ได้มีหลักการแบบนักวิชาการดนตรีหรือนักดนตรีมืออาชีพเขาทำกัน เล่นเพราะอยากเล่น แล้วให้มีเสียงออกมาเพราะๆ ได้ตามที่ตัวเองคิดก็ดีใจแล้ว

นี่ก็กำลังหัดแซกโซโฟน ได้ยืมของเพื่อนมาตัวหนึ่ง เอามาเป่าเล่นๆ ดู เป้าหมายคืออยากเป่า Careless Whisper ของ Wham ให้ได้ เห็นว่าคุยกับเพื่อนแล้ว รู้วิธีเป่า วิธีกดแล้ว ที่เหลือคือเป่าให้มันได้ เพียงแต่ทั้งเปียโน ทั้งแซกโซโฟน ก็อยู่ที่เชียงใหม่ มากรุงเทพฯ ทีหนึ่งก็ต้องห่างดนตรีกันไป เพราะไม่มีเครื่องพกมาเล่น

นึกถึงว่าสมัยนี้ ดนตรีดูจะเป็นอีกทักษะหนึ่งที่หลายๆ บ้านพยายามส่งเสริมลูก ซึ่งการได้มาเรียนตามระบบระเบียบ มันก็ดี และช่วยให้เก่งละ แต่มันกลายเป็นอีกหนึ่งงานประจำ อีกหนึ่งการบ้านของเด็กๆ เขาก็เก่งกันเร็วดี ถ้าพ่อแม่มีทรัพยากรหรือเงินทองสนับสนุนตรงนี้ได้ รวมถึงลูกชอบ ก็ย่อมดี แต่ถ้าไม่ได้..ก็คือไม่ได้ เพียงแต่ลูกได้เล่นดนตรี จับขึ้นมาแล้วก็ทำให้ได้เสียงที่ตนเองพอใจ สุขใจที่จะลุกขึ้นมาทำ ก็เพียงพอได้เหมือนกัน นึกไปถึงสมัยพ่อแม่ยังเป็นวัยรุ่น เพื่อนๆ ก็เล่นดนตรีกันแบบนี้ คือทำยังไงก็ได้ให้ได้เสียงที่ชอบออกมา มาแกะเพลงกันเอง สอนกันเอง เพราะยังไม่ได้มีครูหรือสถาบันสอนดนตรีมากขนาดนี้รวมถึงไม่ได้มีค่านิยมของสังคมว่าพ่อแม่ควรส่งเสริมลูกเล่นดนตรีด้วย เอาแค่ว่าเล่นกีตาร์แล้วไม่โดนแม่ดุก็ดีเท่าไรแล้ว

ยุคสมัยเปลี่ยนไป ค่านิยมก็เปลี่ยนไป อีกสักสิบยี่สิบปี เราอาจจะได้เห็นโรงเรียนสอนการเล่นเกมแบบมืออาชีพ มีหลักการ เทคนิคกระบวนการมากขึ้น แล้วพ่อแม่ก็ต้องส่งลูกไปเรียนเล่นเกมกัน ไม่งั้นอาจจะตกยุคหรือลูกอาจจะขาดทักษะสันทนาการที่จำเป็นกับยุคสมัยก็ได้

Happy Newyear