ก่อนเจ็ดขวบ
บ้านผมทำ homeschool มาร่วมสิบปีแล้วครับ ปัจจุบันลูกคนโตอายุ 18 และคนเล็กอายุ 16 มีเส้นทางชีวิตของตัวเองแล้ว จัดการตัวเองได้แล้ว ก็มีโอกาสได้มาเล่าประสบการณ์เรื่อยๆ สำหรับบ้านใหม่ๆ ด้วย
สำหรับช่วงเด็กเล็ก เล่นครับ เล่นอย่างเดียว น่าจะยืนยันตรงกันเกือบทุกตำราทั่วโลกคือเล่นเท่านั้น กับอ่านนิทานก่อนนอน ยาวไปถึง 7 ขวบได้เลย นอกจากเล่นก็คือหัดรับผิดชอบตัวเองให้ได้ บอกความต้องการได้ชัดเจน รู้จักรับ รู้จักปฏิเสธ จัดการตนเองในระดับเบื้องต้น ตื่นนอน เข้าห้องน้ำ มีงานบ้านเล็กน้อยบ้าง กรอกน้ำ รดน้ำต้นไม้แนวนี้ ยาวๆ ไป
 
แล้วถ้าระหว่างนี้จะเรียน ถามว่าเรียนอะไรได้บ้าง ก็เรียนภาษาพูดครับ พูดกันให้รู้เรื่อง ภาษาหลักสักภาษาหนึ่ง บางบ้านถนัดสองภาษาก็ทำได้ บางคนอาจจะอ่านหนังสือได้เองหรือสนใจการอ่านหนังสือแถวๆ 4-5 ขวบ หรือถ้าไม่ได้สนใจตอนนั้น สักช่วง 7 ขวบก็จะอยากอ่านเอง (บางท่านเรียกว่าช่วงเขื่อนแตก) แล้วพอเด็กอยากอ่านนี่สอนให้อ่านหนังสือจะเร็วมากเลย ตำราอะไรก็ได้ไม่เกี่ยง เรียนแป๊บเดียวเป็น แต่ถ้าอ่านยากก็อาจจะเกี่ยวกับโรคบางอย่างเช่นดิสเล็กเซีย ก็ค่อยปรับกระบวนการไป
 
ประมาณสี่ห้าขวบนี่เค้าอาจจะเล่นหมากกระดานประเภทหมากฮอส หมากล้อม หมากรุกอะไรนี่ได้แล้ว แต่อาจจะไม่เคร่งกติกา บางทีเค้าก็สร้างกติกาของเค้าเองได้ หรือมีวิธีเล่นวิธีสนุกแบบของเค้า ก็ไม่ต้องไปเคร่งกติกาก็ได้ หรืออาจจะเริ่มเล่นเครื่องดนตรีได้ ถ้าจะเรียนดนตรีหรือแม้แต่กีฬาบางอย่างก็เริ่มได้อยู่ เพราะตอนนี้เรียนอะไรก็เหมือนเล่น เค้าจะสนุกไปหมด การซ้อมประจำวันนี่เหมือนเป็นการเล่น ซ้อมได้ไม่มีเบื่อ แค่อย่าให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียนหรือไปบังคับเอามากเท่านั้นเอง
 
กิจกรรมเสริมหลักสูตรอื่นๆ แทบไม่ต้องครับ หยิบจับจากของใกล้ตัวได้ เห็นใครทำอลังการ ถ้าพ่อแม่สนุกที่จะทำก็ทำ ถ้าไม่มีเวลาทำหรือไม่ถนัดทำ ก็ไม่ต้องซีเรียส เพราะไม่ใช่สิ่งจำเป็น ก็แค่เล่นกันตามปกติ สารภาพตามตรงว่าผมเล่นกับลูกตอนเล็กบางทีก็ใช้กระดาษแผ่นเดียวขยำๆ คลี่ๆ หรือยกนิ้วมาสลับไปสลับมาก็หัวเราะตายแล้ว เล่นแค่นี้เล่นกันได้เป็นวัน แล้วเล่นได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ หรือถ้าไม่มีเวลาเล่นจริงๆ หนังสือภาพช่วยได้ หนังสือภาพอักษรตัวโตๆ สำหรับเด็กแพงหน่อยแต่คุ้ม เพราะลูกจะเปิดพลิกไปพลิกมาดูซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น เล่มเดียวดูกันเป็นปี แล้วเขาก็จะค่อยๆ จำตัวอักษรได้ไปเองด้วย
 
ช่วง 7-8 ขวบค่อยเป็นจุดเปลี่ยนครับ ก่อนหน้านั้นไม่ต้องคิดมาก เล่นๆๆๆ วิ่งเล่นๆๆๆ เจอเพื่อนบ้างก็ดี แต่ไม่เจอก็ไม่ซีเรียส มีเพื่อนสนิทที่จะโตไปด้วยกันสักคนสองคนก็พอ เพราะที่เหลือจะไม่ค่อยสนิท หรือถึงสนิทโตๆ ไปก็อาจจะห่างกันไปเอง ช่วงนี้พ่อแม่สำคัญกว่า โดยเฉพาะแม่ หรืออาจจะเป็นป้าย่ายาย ก็คุยกันให้ดีถึงแนวทางการเลี้ยงลูก ตกลงกันให้ดีก็จะไม่มีปัญหาอะไร
 
อายุ 7-12 อันนั้นค่อยว่ากันเรื่องเรียนจริงจัง ถ้าเล่นมาดี ตอนนั้นจะเรียนได้หลายอย่าง เรียนได้ทุกอย่าง ให้เล่นอะไรเรียนอะไรก็เก่งไปหมดจนเหมือนลูกเราเป็นอัจฉริยะเสียทุกด้านเลย จะเป็นช่วงที่พ่อแม่มีความสุขมาก