เริ่มต้นทำ homeschool #12 โรงเรียนดีไม่เท่าพ่อแม่ดี
จากสถิติ แม้แต่ประเทศที่หลายๆ คนเชื่อกันว่าสามารถจัดการศึกษาได้ดีเช่นเกาหลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ฟินแลนด์ ล้วนแต่เป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายในระดับที่สูงมาก หากจะวัดกันด้วยตัวเลขนี้ การศึกษา หรือสภาพเศรษฐกิจ อาจไม่ใช่คำตอบ คำตอบสำหรับปัญหาหนึ่ง หรือสิ่งที่ดีสำหรับเหตุผลหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ "ดี" สำหรับอีกเหตุผลหรืออีกปัญหาหนึ่ง
มีงานวิจัยหลายแหล่ง ระบุตรงกันว่าโรงเรียนดีไม่เท่ากับพ่อแม่ดี ...แน่นอนว่าโรงเรียนดีๆ หรือระบบการศึกษาดีๆ ซึ่งหมายรวมถึงสภาพแวดล้อมดีๆ ก็ส่งผลดีต่อผู้เรียน ซึ่งตอบยากว่า "ดีๆ" ที่ว่าหมายถึงดีแบบไหน หรือดีของใคร
 
จากสถิติ แม้แต่ประเทศที่หลายๆ คนเชื่อกันว่าสามารถจัดการศึกษาได้ดีเช่นเกาหลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ฟินแลนด์ ล้วนแต่เป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายในระดับที่สูงมาก หากจะวัดกันด้วยตัวเลขนี้ การศึกษา หรือสภาพเศรษฐกิจ อาจไม่ใช่คำตอบ คำตอบสำหรับปัญหาหนึ่ง หรือสิ่งที่ดีสำหรับเหตุผลหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ "ดี" สำหรับอีกเหตุผลหรืออีกปัญหาหนึ่ง
 
ดีของพ่อแม่ อาจจะไม่ใช่ดีของลูก ดีของสังคมหรือดีของรัฐ ก็อาจจะไม่ใช่ดีของพ่อแม่ (และลูก) ...และดีของลูก มักจะคนละดีกับของพ่อแม่ ซึ่งส่วนมากผู้ใหญ่ก็มีเหตุผลพอให้อ้างได้ว่า เด็กยังไม่รู้ว่าอะไรดีไม่ดี เด็กยังรักตัวเองไม่เป็น หรือกระทั่งเชื่อกันว่าเด็กส่วนมากมีแนวโน้มลงต่ำ ต้องปั้น ต้องขัด ต้องหลอมหล่อถึงจะออกมาดี
 
ก่อนที่จะไกลไปถึงระดับปรัชญาหรือจุดมุ่งหมายของชีวิต เอาในความหมายทั่วๆ ไป ก็คงไม่ถึงกับแยกกันไม่ออกว่าดีคืออะไรไม่ดีคืออะไร พ่อแม่ดีๆ เอาใจใส่ดูแลลูก ให้การอบรมเลี้ยงดู สั่งสอน ตามกำลังที่มี ก็ถือว่าดี ฝ่ายรัฐหรือผู้ที่สร้างระบบการศึกษาหรือสร้างโรงเรียนขึ้นมา เขาก็มีวัตถุประสงค์ที่จะลดความเหลื่อมล้ำ คือไม่ว่ายากดีมีจน ก็จะได้มีโอกาสในการเรียนเท่าเทียมกัน ก็ถือว่ารัฐก็พยายามช่วยละ ได้มากได้น้อยหรือผิดพลาดไม่ตรงยุคตรงสมัยก็ว่ากันไปอีกเรื่อง
 
แต่พูดถึงผลต่อเด็กโดยทั่วๆ ไปแล้ว ก็ถือได้ว่าครอบครัวมีผลมากกว่าโรงเรียนหรือระบบการศึกษา ไม่ว่าพ่อแม่จะเชื่อแบบไหนหรือทำแบบไหน พ่อแม่ที่ดีก็จะส่งเสริมสนับสนุนลูกไปตามความเชื่อหรือบริบทของครอบครัวอยู่แล้ว ครอบครัวที่มีปัญหาแล้วรู้ว่าตนเองมีปัญหาก็พยายามจะช่วยให้ลูกพ้นจากปัญหาหรือกรอบเดิมๆ ของพ่อแม่ พ่อแม่เรียนไม่สูง ก็เชื่อว่าต้องส่งลูกเรียนสูงๆ พ่อแม่มีปัญหาทางเศรษฐกิจก็เชื่อว่าต้องให้ลูกหางานที่ได้เงินเยอะๆ ซึ่งถ้าใช้กระบวนการที่ดีที่เหมาะสม จะยากจะลำบากกันไปบ้าง แต่ก็ผ่านกันไปได้
 
ทีนี้ถ้าคิดว่าพ่อแม่ส่วนมากก็พยายามส่งเสริมลูกไปในทางดีด้วยความรักอยู่แล้ว แบบไหนละที่ไม่ดี
 
แน่นอนว่าพ่อแม่ที่ไม่ดีแบบเห็นได้ชัดนั้นมีอยู่เยอะแยะแล้ว เช่นใช้ความรุนแรง ละทิ้ง ปล่อยปละละเลย ไม่เลี้ยงไม่ดูแล ในหลายประเทศถ้าพบแบบนี้ก็จะดึงลูกแยกออกมาเลย มาหาที่อยู่ใหม่ หาคนเลี้ยงดูใหม่ ในประเทศไทยก็คล้ายๆ จะมีกฎหมายแบบนี้ แต่ในทางปฎิบัติอาจจะยังไม่แข็งแรงนัก
 
แต่แบบที่ยากคือแบบ "พ่อแม่รังแกฉัน" สำนวนที่พูดกัน ซึ่งมักจะหมายถึงพ่อแม่เลี้ยงลูกในทางที่ไม่ถูกหรือไม่เหมาะสม โดยพ่อแม่ไม่รู้ตัว ไม่เข้าใจทั้งเรื่องของการเป็นพ่อเป็นแม่ หรือการเลี้ยงดูลูกที่เหมาะควร และเป็นเรื่องที่ยากและเป็นปัญหามากที่สุด เพราะพ่อแม่แนวนี้ย่อมเชื่อว่ากำลังทำสิ่งที่ดีที่สุด ถูกต้องที่สุดให้กับลูกแล้ว ซึ่งมีตั้งแต่ตามใจเกินไป จนกระทั่งเข้มงวดเกินไป หรือเลี้ยงด้วยเงิน หรือไม่เคยฟังเสียงลูก หรือ ฯลฯ อีกมากมายหลายหรือ
 
เขียนมายาวเพื่อจะนำมาถึงข้อสรุปคือ โรงเรียนดีไม่เท่าพ่อแม่ดี และพ่อแม่ควรรู้จักและได้เรียนรู้การเป็นพ่อแม่ที่ดี คำว่าฉันก็โตมาแบบนี้ โบราณก็เลี้ยงกันมาแบบนี้ ก็คงไม่ใช่วิธีการที่ดีแล้ว ดังนั้นสำหรับพ่อแม่จะ homeschool หรือไม่ homeschool ก็ตาม สิ่งที่ควรศึกษาก็คงต้องเป็นวิชาพ่อแม่ ซึ่งก็ยังแยกออกเป็นหลายแนวทางหลายสำนัก ถูกใจบางคนไม่ถูกใจบางคน แต่ละสำนักส่วนมากก็จะคำนึงถึงหลายด้านหลายมิติกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแนววิชาการเข้ม แนวอัจฉริยะเข้ม หรือแนวกินๆ นอนๆ เที่วยวๆ เล่นๆ เข้ม ชิลๆ เข้ม ...พี่เข้มรับทุกเรื่อง ซึ่งแต่ละสำนักก็ว่ากันไปตามจริตตามความเชื่อของแต่ละกลุ่มแต่ละคนกันไป พิจารณากันเอง เพราะแนวทางที่บ้านเราใช้ก็แตกต่างกันหลายๆ สำนัก ด้วยว่าอาจจะนิยามคำว่า "ดีๆ" หรือ "ความสำเร็จในชีวิต" แตกต่างกันไป
 
สรุปของสรุปแบบรวบยอด พ่อแม่ดีๆ ก็คือพ่อแม่ที่เอาใจใส่ลูกครับ
 
 
 

by Jo on Jun 13, 2019

Posted in คู่มือโฮมสคูล, เรื่องเล่าโฮมสคูล

ป้ายคำค้น

ในหมวดเดียวกัน
ป้ายคำค้นเดียวกัน

Project page