นำทางบันทึก : การสร้างชาติสิงคโปร์
การสร้างชาติสิงคโปร์ จากความเจ็บปวดสู่ความรุ่งเรือง
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลก
เป็นประเทศที่สามารถดึงดูดการลงทุนมหาศาล
มีระบบการศึกษาที่ดีเป็นอันดับต้นๆของโลก ถือว่าเป็นประเทศที่มีความทันสมัยที่สุดประเทศหนึ่ง
และยังเป็นประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจอยู่ในอันดับต้นๆของโลกด้วย และแถมยังเป็นประเทศที่ถือว่าพัฒนาแล้วเพียงประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
แต่ว่าสิงคโปร์นั้นเป็นเพียงเกาะแค่เล็กๆที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ, เคยต้องเป็นอาณานิคมให้อังกฤษ, โดนกองทัพญี่ปุ่นรุกราน
 
 
แต่ถึงอย่างนั้นสิงคโปร์ก็สามารถสร้างชาติให้กลายเป็นเหมือนทุกวันนี้ได้
 
สิงคโปร์ (เคยมีชื่อว่าเทมาเสก) นั้นถือได้ว่าเป็นที่มั่นทางการค้าของทั้งฟีนีเชียน, มาเลย์, จีน เพราะประเทศนี้นั้นตั้งอยู่ตรงเส้นทางเดินเรือ จึงไม่แปลกที่จะมีชาวจีนอพยพเข้ามาในสิงคโปร์เพื่อทำการค้าขาย เมื่อการค้าเริ่มรุ่งเรืองจึงถูกโจรสลัดรุกรานมากมาย
 
เมื่อโลกได้เริ่มเข้าสู่ช่วงศตวรรษที่ 17 นั้นก็คือยุคที่มีการล่าอาณานิคมของประเทศทางตะวันตก อินโดนีเซีย, มาเลเซียและสิงคโปร์จึงได้กลายเป็นเขตของฮอลันดาที่เข้ามาโดยมีจุดประสงค์ที่จะมาผูกขาดการค้าเครื่องเทศ
 
แต่พอเข้าสู่ช่วงศตวรรษที่ 19 อังกฤษกลับมายึดอินเดียมาเป็นอาณานิคมของตัวเองสำเร็จ
 
พออังกฤษยึดอินเดียสำเร็จก็ตั้งบริษัท East India Company ขึ้นและกลายเป็นผู้ควบคุมการค้าทางทะเลในเอเชีย เส้นทางการค้าขนาดใหญ่ก็จะมีอินเดียและจีน
 
กว่าจะเดินทางจากอินเดียไปถึงจีนนั้นใช้เวลานาน ทางบริษัท East India Company จึงทำการหาสถานที่ที่อยู่ตรงกลางระหว่างเส้นทางที่ใช้เดินเรือเอาไว้เป็นจุดแวะพัก
 
 
อำนาจของฮอลันดาในตอนนั้นได้เสื่อมลงแล้ว และในตอนนั้นอังกฤษก็กำลังอยู่จุดที่พีคสุดๆ สุดท้ายมาเลเซียก็กลายเป็นของอังกฤษ
เมื่ออังกฤษได้สถานที่มาแล้ว เลยทำการตั้ง Straits Settlement ที่ประกอบไปด้วย ปีนัง, ดินดิง, มะละกา, ลาบวน, สิงคโปร์ ที่ได้กลายมาเป็นท่าเรือและจุดแวะพักของเรือสินค้าแห่งอังกฤษที่มาจากอินเดียไปจนถึงจีนหรือจีนไปถึงอินเดียตามที่วางแผนเอาไว้
 
จากนั้นอังกฤษจึงได้ส่งเซอร์โทมัส, สแตนฟอร์ด, ราฟเฟลส์ ไปปกครองที่ที่เรียกว่าสิงคโปร์
 
เซอร์โทมัสก็คือคนที่ทำให้สิงคโปร์กลายเป็น Straits Settlement ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด, กลายเป็นศูนย์กลางในการค้าที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียนี่แหละ
เซอร์โทมัสเล็งจุดนี้ตั้งแต่ที่เห็นครั้งแรกแรกเอาไว้อยู่แล้ว “ที่ตรงนี้ทำเลแจ่มมากในการเป็นท่าเรือ!” เขาจึงทำให้สิงคโปร์กลายเป็นเมืองท่าเสรี และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากหลายแห่งโดยเฉพาะพ่อค้าชาวจีนกับอาหรับ
 
แต่แม้ว่าทางเศรษฐกิจจะไปได้ดีแค่ไหนแต่ในเรื่องของการเมืองนั้นกลับอ่อนแอ เพราะสิงคโปร์นั้นถูกปกครองโดยบริษัท East India Company ตามที่ได้เล่าไปนั้นอยู่อินเดีย เลยทำให้ไม่ค่อยมีความมั่นคงด้านนี้
เงินจากการค้าส่วนใหญ่ของสิงคโปร์ถูกอังกฤษยึดเอาไปหมด ทำให้คนสิงคโปร์ได้รับสวัสดิการได้ไม่เต็มที่
 
นั้นก็คือไม่ว่าเศรษฐกิจของสิงคโปร์จะรุ่งเรืองแค่ไหน ก็มีแต่จะทำให้อังกฤษเจริญขึ้นเรื่อยๆ ส่วนสิงคโปร์ก็จะจนอยู่เหมือนเดิม
 
เมื่อคนสิงคโปร์ทนไม่ไหวพวกเขาเลยพากันประท้วงอังกฤษ แต่ก็แพ้ราบคาบ
 
แต่แล้วอังกฤษก็ได้เปลี่ยนการปกครองในสิงคโปร์จากที่ถูกปกครองด้วยบริษัท East India Company ที่อยู่ที่อินเดีย ก็ได้เปลี่ยนให้รัฐบาลของอังกฤษมาปกครองเอง
จากนั้นไม่นานนักก็เกิดสงครามโลกครั้งที่สองโดยญี่ปุ่นได้ทำลายอำนาจของอังกฤษในส่วนนั้นไปจนหมด แล้วก็ขึ้นมาปกครองในสิงคโปร์ โดยบอกว่า “ญี่ปุ่นได้ทำการปลดแอกอาณานิคมในเอเชียจากพวกตะวันตกเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เรามาสร้างวงศ์ไพบูลย์ร่วมแห่งมหาเอเชียบูรพา เพื่อทำให้เอเชียนั้นยิ่งใหญ่ด้วยกันเถอะ!”
 
แต่กลับไม่เป็นอย่างที่พูดเอาไว้ พวกเขาได้ทำการสังหารหมู่คนจีนในสิงคโปร์ คนจีนจึงทำการอพยพออกไป หนึ่งในนั้นมีตัวแปรสำคัญนั้นก็คือลีกวนยูที่อพยพไปอังกฤษและเรียนต่อที่นั้น
แต่ญี่ปุ่นก็ได้แพ้ไปในสงครามโลกครั้งที่สองอังกฤษเลยกลับเข้ามามีอำนาจในสิงคโปร์อีกเป็นครั้งที่สอง แต่การเข้ามาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อเอาสิงคโปร์ไปเป็นอาณานิคมอีกครั้ง แต่เพื่อมาจัดระเบียบการปกครองขึ้นใหม่ และสร้างประชาธิปไตยในสิงคโปร์ ทำให้เกิดพรรคการเมืองขึ้นมาพรรคหนึ่ง คือ พรรคกิจประชาชน หรือก็คือ PAP ผู้นำคือ ลี กวนยู ที่ได้อพยพออกจากสิงคโปรเพราะต้องหนีทหารญี่ปุ่นแล้วไปเรียนต่ออังกฤษ และเขาก็กลับมาแล้วก่อตั้งพรรค PAP ขึ้นมา
 
ลี กวนยูนั้นอยากให้สิงคโปร์เป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย เลยไปขอมาเลเซียว่า “ให้สิงคโปร์เข้าร่วมด้วย” ตอนแรกมาเลเซียก็ยอมให้เข้าร่วม
แต่แล้วในที่สุดในปี ค.ศ.1963 อังกฤษก็ให้เอกราชสิงคโปร์อย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้นแนวคิดที่เริ่มบูมขึ้นมาในสิงคโปร์ คือ คอมมิวนิสต์
มาเลเซียจึงเริ่มกังวล กลัวว่าการเอาสิงคโปร์เข้ามาเป็นการตัดสินใจที่ผิดและทำให้ความมั่นคงของตัวเองสั่นคลอน ประชากรของสิงคโปร์ส่วนใหญ่เป็นคนจีน และในมาเลเซียประชากรส่วนใหญ่เป็นคนมลายู เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลมาเลเซียกลัวสุดๆ เพราะเขาไม่อยากให้คนจีนมีอิทธิพลทางการเมืองในมาเลเซีย
 
ผู้นำมาเลเซีย ตนกู อับดุล เราะห์มาน คิดว่า “หากรวมสิงคโปร์ไว้กับมาเลเซีย ในอนาคตต้องเกิดปัญหาทางด้านเชื้อชาติจนมีการนองเลือดกันแน่นอน!”
 
เพราะงี้ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1965 สิงคโปร์ก็ถูกไล่ออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย นั้นทำให้ลี กวนยู ถึงขนาดต้องหลั่งน้ำตาออกมา
 
“ผมต้องการสร้างสิงคโปร์ที่เต็มไปด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติและความเห็นต่างกัน ให้กลายเป็นบ้านเกิดเมืองนอน แต่ผมจะทำได้อย่างไรเมื่อสิงคโปร์เป็นเพียงดินแดนเล็กๆ ปราศจากทรัพยากรธรรมชาติ และมีปัญหาสังคมอยู่มากมายขนาดนี้”
 
ประเทศอื่นๆทุกคนต่างก็บอกกันว่า “สิงคโปร์ที่อังกฤษได้ออกไปแล้ว แถมมาเลเซียก็ยังไม่เอา อนาคตคงมืดมนสุดๆ”
 
หลังถูกไล่ออกจากมาเลเซียแล้ว ลี กวนยูจึงตั้งใจที่จะสร้างสิงคโปร์ที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวของสิงคโปร์เองไม่ไปพึ่งใคร
 
สิ่งแรกที่ลี กวนยู ทำคือการสร้างความมั่นคงทางการเมืองของพรรค PAP เพื่อที่จะสามารถปกครองสิงคโปร์ได้ง่ายขึ้น จึงมีการปราบปรามคอมมิวนิสต์ และเขาได้ทำการกำจัดพรรคการเมืองอื่นๆด้วย
 
ลี กวนยูทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชนะการเลือกตั้งในทุกๆครั้ง ข่มขู่พรรคอื่น, ทำให้คนในพรรคอื่นๆแตกแยกกัน, ใช้เงินเป็นเครื่องมือหาเสียง, ทำให้พรรคอื่นไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้
 
จนพรรค PAP นั้นมีอำนาจและแข็งแกร่งมาก และสามารถชนะการเลือกตั้งมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็คือเผด็จการดีๆนี่เอง
 
เมื่ออำนาจของพรรคและตัวเขาเองเริ่มมั่นคงเขาจึงเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาไปทีละอย่างเช่น
ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ, ปัญหาสังคมและความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ, ทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ
 
และก็มีประกาศออกมาว่า “ต่อแต่นี้สิงคโปร์จะไม่มีคนจีน คนอินเดีย คนมลายู คนอาหรับ จะมีแต่เพียงคนสิงคโปร์เท่านั้น”
“ต่อต้านการเล่นพรรคเล่นพวก และไม่มีการแบ่งชนชั้นหรือแบ่งแยกเชื้อชาติ ไม่ว่ารากเหง้า หน้าตา และรูปร่างคุณจะเป็นคนเชื้อชาติไหน แต่พอเข้าสู่ระบบการศึกษาของสิงคโปร์คุณจะมีฐานะที่เท่าเทียมกัน และสิ่งที่จะตัดสินความสำเร็จในชีวิตของคุณไม่ใช่เส้นสายหรือเชื้อชาติ แต่เป็นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน!”
 
ลี กวนยูก็ได้ทำการปลูกฝังค่านิยมในการขยัน, ทำงานหนัก ทำให้ระบบการศึกษาของสิงคโปร์มีการสอบที่เข้มงวดมาก
 
และทุกคนในสิงคโปร์ก็ยังสามารถเป็นใหญ่เป็นโตได้โดยไม่ถูกกีดกันถ้าหากว่าตัวเรานั้นมีความสามารถมากพอ
 
การที่ลี กวนยูได้สร้างระบบการศึกษาแบบไม่แบ่งแยกมานี้ทำให้สามารถแก้ปัญหาความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติในสิงคโปร์ได้
 
 
และยังมีอีกเรื่องหนึ่งก็คือ“การค้านำการศึกษา” โดยทางรัฐจะมีการวางแผนร่วมกับเอกชน ที่เมื่อมีการพัฒนาธุรกิจหรืออุตสาหกรรมสักอย่าง โรงเรียน/สถาบัน/ศูนย์ฝึก ก็จะทำการสร้างแรงงานให้ได้ตรงตามจำนวนที่อุตสาหกรรมนั้นๆต้องการ
ลี กวนยูก็เห็นว่าสิงคโปร์ยังมีของดีที่มามานานตั้งแต่อดีต นั่นคือ ทำเลที่ตั้งของสิงคโปร์
 
เขาจึงใช้ประโยชน์จากจุดนี้ และทำการสร้างสิงคโปร์ให้เป็นเมืองท่าเสรีเหมือนแต่ก่อน
 
ลี กวนยูก็สามารถสร้างจุดแข็งของสิงคโปร์ และลบจุดอ่อนได้ทั้งหมด!
 
 
 
ถึงแม้เขาจะถูกแขวะว่า “สิงคโปร์มีเสรีอย่างเดียวคือเรื่องการค้า ส่วนการเมือง การศึกษา และสังคมล้วนเป็นเผด็จการทั้งหมด!”
แต่ลี กวนยูและรัฐบาลก็ไม่ได้สนใจเลย