Jo การวัดและประเมินผลของบ้านเรียน

by Jo on Oct 11, 2012


เรื่องการวัดและประเมินผลสำหรับบ้านเรียน
 
ทุกคนดูจะต้องการสูตรสำเร็จ หรือแบบแผนการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเพื่อจะนำไปสู่ความสุขสมหวังหรือความสำเร็จในชีวิตตามมาตรฐานความเชื่อของตน บ้างเชื่อว่าต้องรำ่รวยประสบความสำเร็จ บ้างเชื่อว่าต้องเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง บ้างเชื่อว่าต้องสามารถเข้าทำงานในองค์กรที่ดูว่ามั่นคงมีเงินเดือนมากๆ บ้างเชื่อว่าต้องได้เข้ารับราชการ บ้างเชื่อว่าต้องสามารถไล่ตามความฝัน บ้างเชื่อว่าสามารถอยู่อย่างสงบสมถะ ล้วนแต่เป็นความเชื่อที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน
[break]
ความเชื่อหลักๆ นี้โดยมากจะเป็นความเชื่อของพ่อแม่หรือครอบครัว แล้วจึงถ่ายทอดปลูกฝังส่งต่อให้ลูก ถ้าลูกเห็นด้วยคล้อยตามก็เป็นว่าลูกมีความเห็นดีเห็นชอบหรือเป็นลูกกตัญญู ถ้าลูกเห็นต่างก็อยู่ที่ว่าพ่อแม่จะยินดีสนับสนุน หรือไม่ยอมรับ หรือว่าลูกยังตัวน้อยด้อยปัญญา จนถึงเป็นลูกอกตัญญูก็แล้วแต่จะว่ากันไป
 
เมื่อพ่อแม่นิยามปลายทางของความสำเร็จแล้ว ก็พยายามหากระบวนการเพื่อนำไปสู่ปลายทางนั้น ซึ่งตรงนี้เองกลับกลายเป็นเรื่องแปลกมาก เพราะกระบวนการกับปลายทางบางครั้งดูจะไม่ได้สอดคล้องกันแต่อย่างใดเลย เพียงแต่ว่าเป็นกระบวนการทำตามๆ กันไปเท่านั้น เพราะระบบการศึกษากระแสหลักแทบไม่ได้ให้คำตอบนี้กับพ่อแม่เลย น้อยคนนักที่จะตั้งคำถามว่าอะไรทำให้เช่ื่อว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานเรียนวิชาต่างๆ เหล่านี้แล้วจะสอดคล้องกับเป้าหมายในชีวิต สิ่งที่การศึกษาขั้นพื้นฐานตอบได้เพียงอย่างเดียวคือ เพื่อการ "นำเข้า" สู่มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยตอบว่าเพื่อ "ตอบสนองตลาดแรงงาน" 
 
จากนั้นเราก็ไปติดกับกระบวนการประเมินผลรายทางในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานกระแสหลัก โดยเชื่อว่าต้องทำคะแนนให้ได้มากๆ ในแต่ละรายวิชา ...ซึ่งที่สุดแล้วสิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้ย้อนกลับมาตอบโจทย์แรกเลยว่ามันสอดคล้องกับการตั้งเป้าหมายในชั้นแรกตรงไหน
 
ในกระบวนการธุรกิจ เมื่อเรามีปรัชญาในการดำเนินชีวิต มี vision ต่อสิ่งที่เรากำลังกระทำ ก็กำหนดเป็น mission ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาและนำไปสู่ vision ที่ตั้งไว้ จากนั้นจึงทำการวัดและประเมินผลอย่างสอดคล้องกัน หากแต่กระบวนการที่เรียกว่าการศึกษากระแสหลัก ไม่ได้ตอบสนองตรงนี้ 
 
โดยส่วนตัวจึงมองว่าแปลกมากที่สังคมเรียกร้องให้บ้านเรียนวัดผล ตามกระบวนการศึกษากระแสหลัก ซึงไม่ได้ตอบสนองต่อเป้าหมายที่บ้านเรียนนั้นๆ หรือพูดให้ถูกคือไม่ได้ตอบสนองแม้แต่นักเรียนในโรงเรียนเองเสียด้วยซ้ำ
 
คำถามนี้ผมจึงถือว่าเป็นโมฆะตั้งแต่เริ่มถามแล้ว แต่ถ้าถามว่ากระบวนการวัดและประเมินผลของบ้านเรียน "ของเรา" เป็นอย่างไร และสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำลังดำเนินไปแค่ไหน อันนี้ตอบได้แน่นอน
 
ประเมินผลลูกตัวเอง แบบเขียนเอาเร็วๆ เชิงเปรียบเทียบจาก เทียบสภาพเดิมกับสภาพปัจจุบัน
 
ภูมิแพ้ขนาดหนัก ต้องเข้ารพ.เป็นประจำ -->ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เข้ารพ.อีกเลย
 
สายตาเริ่มสั้น --> สายตาเป็นปกติ ความสัมพันธ์ระหว่าการเคลื่อนไหวกับสายตาดีขึ้นมาก
 
เคร่งเครียด จริงจังตลอดเวลา --> ผ่อนคลาย ร่าเริงแจ่มใส มีอารมณ์ขัน
 
อยู่ในกรอบ ได้ฟังอย่างไรก็เชื่อเช่นนั้น --> กล้าคิดต่าง มีความคิดสร้างสรรค์
 
มีกระบวนการเรียนรู้เชิงรับ รอคนสอน --> เริ่มมีกระบวนการแสวงหาความรู้เอง
 
เหล่านี้คือกระบวนการแก้ไขปรับปรุงจากปัญหาที่พบ ("ปัญหา"เกิดจากอะไรเอ่ย..หลายอย่างมีที่มาไม่ใช่เกิดขึ้นเอง) ...ซึ่งเราแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรม
 
 
Cherdsak Thawornsate วัดอย่างไรก็ได้ผลิตผลอย่างนั้น วัดการเก่งทฤษฎีก็ได้ผลผลิตเป็นนักทฤษฎี วัดการปฏิบัติวัดการประยุกต์วัดการสร้างสรรวัดการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขดีกว่าไหม?
 
กนกพร สบายใจ สิทธิที่บ้านเรียนทำได้ คือ การเขียนแผนการศึกษาให้ตรงตามหลักปรัชญาในการดำเนินชีวิต มี vision ต่อสิ่งที่เรากำลังกระทำ ก็กำหนดเป็น mission โดยสร้างสรรค์กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ที่ครอบคลุมชุดความรู้ตามมาตรา ๒๓ ใน พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาและนำไปสู่ vision ที่ตั้งไว้ จากนั้นจึงทำการวัดและประเมินผลอย่างสอดคล้องกันตามกลุ่มประสบการณ์ที่ครอบครัวร่วมกันสร้างพันธกิจการเรียนรู้ของลูก คือ สร้างสรรค์ mission ให้บรรลุปรัชญา เป้าหมายการศึกษาของแต่ละครอบครัว และการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนที่แตกต่างกัน

Posted in ไม่มีหมวดหมู่

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง