Unnop การผจญภัยของเด็ก HomeSchool ตอนที่ 7
ผมและภรรยาเมื่อเห็นสีหน้าของลูก ก็รู้ได้เลยว่าเรามาผิดทางแล้ว จึงรีบเงียบสงบปากสงบคำ และไปคุยกันตามลำพังทีหลัง เรามีความเห็นตรงกันว่าลูกต้องการผู้ฟังที่ดี ต้องการระบายความในใจ ต้องการกำลังใจ ไม่ได้ต้องการให้คนมาตัดสินหรือให้คำแนะนำ ณ เวลานั้น

by Unnop on May 02, 2016


และแล้ววันสอบเข้าแพทย์สนามแรกก็มาถึง!!!!!!
 
ลูกชายไปถึงห้องสอบแต่เช้าอย่างตื่นๆ แม้ว่าจะเคยมาดูห้องสอบแล้วก็ตาม เรานัดหมายกันล้อหมุนออกจากบ้านเวลา 6.30 น. เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติด แวะซื้ออาหารเช้าและอาหารกลางวันให้กับลูก เพื่อที่จะไม่ได้ต้องยุ่งยากกับอาหารกลางวัน ท่ามกลางนักเรียนจำนวนมากที่มาจากทั่วประเทศที่มุ่งมาสอบกว่า 20,000 คนพร้อมผู้ติดตาม กลายเป็นมากกว่า 30,000 คน
 
เมื่อถึงสนามสอบพ่อกับแม่นั่งอ้อยอิ่งเป็นเพื่อนลูกอยู่สักพัก นัดหมายจุดนัดพบที่จะรับหลังสอบเสร็จกันเรียบร้อย ก่อนที่จะแยกตัวกลับมาบ้าน เมื่อถึงเวลาสอบเสร็จ ผมขับรถไปรอ ณ จุดนัดพบ เด็กจำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากสนามสอบ เมื่อลูกขึ้นรถมา การสนทนาระหว่างพ่อแม่ลูกก็เกิดขึ้น
 
พ่อ-แม่: สอบเป็นยังไงบ้าง
ลูก: ข้อสอบยากมากๆเลยครับ (ตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด) 
พ่อ-แม่: เหรอ
ลูก: วิชาฟิสิกส์ทำไม่ทันด้วย เพราะเทียมนึกว่า ข้อสอบมีเพียงเท่านั้น แต่พอมาพลิกเปิดดู พบว่ายังเหลือข้อสอบหน้าอื่นๆ อีก ก็เลยต้องมารีบทำตอนหลัง
พ่อ-แม่: อ้าวแล้วลูกไม่ได้ตรวจดูข้อสอบก่อนเหรอ
ลูก: ไม่ได้ดูครับ
พ่อ-แม่: ไม่ได้นะลูก หลังจากที่กรอกชื่อและรหัสในกระดาษคำตอบเรียบร้อยแล้ว ลูกต้องพลิกดูข้อสอบให้ครบทุกหน้า ดูว่ามีข้อสอบครบไหม ถ้าไม่ครบจะได้แจ้งผู้คุมสอบขอเปลี่ยนข้อสอบ แล้วค่อยเริ่มทำข้อสอบ ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมลูกไม่ตรวจดูก่อนที่จะทำข้อสอบ
ลูก: (สีหน้าสลดลงไปอีก)
พ่อ-แม่: !!!!!!
 
ผมและภรรยาเมื่อเห็นสีหน้าของลูก ก็รู้ได้เลยว่าเรามาผิดทางแล้ว จึงรีบเงียบสงบปากสงบคำ และไปคุยกันตามลำพังทีหลัง เรามีความเห็นตรงกันว่าลูกต้องการผู้ฟังที่ดี ต้องการระบายความในใจ ต้องการกำลังใจ ไม่ได้ต้องการให้คนมาตัดสินหรือให้คำแนะนำ ณ เวลานั้น
ผมเรียนรู้มาตั้งเยอะแยะว่าการเป็นผู้ฟังที่ดีเป็นอย่างไร ไม่เพียงแต่ลืมฟัง ยังละเมิดข้อห้ามของการฟังที่ดีอีกด้วย ที่อาจารย์สอนมาว่า ขณะฟังหลีกเลี่ยงที่จะเป็น 4 อย่าง ดังนี้
เป็นผู้พิพากษารีบด่วนตัดสินว่าใครผิดใครถูก อะไรผิดอะไรถูก
เป็นนักสืบรีบถามซอกแซกหาข้อมูล เพื่อจะนำมาประมวลผล
เป็นนักจิตวิทยาสมัครเล่น ที่รีบให้คำแนะนำในทันที อย่างเช่น แนะนำคนที่กำลังเศร้าจากการอกหักว่า อกหักก็ดีกว่ารักไม่เป็น
เป็นนักเล่าอัตชีวประวัติตัวเอง ฟังไม่นานก็รีบโยงเข้าสู่ประสบการณ์ของตัวเอง เพื่อจะสั่งสอนลูก ประมาณว่า....สมัยพ่อนะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ฯลฯ
ถ้าผมย้อนเวลาได้ และตั้งใจฟังลูกอย่างแท้จริง เหตุการณ์และบทสนทนาอาจเปลี่ยนเป็นเช่นนี้
 
พ่อ-แม่: สอบเป็นยังไงบ้าง
ลูก: ข้อสอบยากมากๆเลยครับ (ตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด)
พ่อ-แม่: ท่าทางลูกจะเครียดมาก
ลูก: เครียดสิครับ วิชาฟิสิกส์ทำไม่ทันเลย
พ่อ-แม่:อ้อ ลูกทำวิชาฟิสิกส์ไม่ทัน
ลูก: ใช่ครับ เพราะเทียมนึกว่า ข้อสอบมีเพียงเท่านั้น แต่พอมาพลิกเปิดดู พบว่ายังเหลือข้อสอบหน้าอื่น ๆ อีกก็เลยต้องมารีบทำตอนหลัง
พ่อ-แม่: ลืมตรวจดูข้อสอบก่อนว่ามีกี่ข้อ เลยต้องมาเร่งทำตอนหลัง
ลูก: ใช่ครับไม่น่าพลาดเลย
พ่อ-แม่:ลูกเลยรู้สึกเสียดาย
ลูก: ใช่เลยครับ รู้อย่างนี้จะต้องตรวจดูก่อนว่าข้อสอบมีครบไหม
พ่อ-แม่:อืม
ลูก: จะได้รู้ว่ามีกี่ข้อมีกี่หน้า แล้วจะได้วางแผนการทำข้อสอบถูก
พ่อ-แม่:ลูกเลยจะปรับเปลี่ยนวิธีการทำข้อสอบใหม่
ลูก: ใช่ครับ จริงๆก็จำได้ว่าพ่อเคยบอกกับผมอยู่ แต่ทำไมผมลืมทำก็ไม่รู้
 
บทสนทนาตอนท้าย อาจเป็นไปได้อีกทางว่า ลูกอาจจะจำไม่ได้ว่าพ่อเคยสอนเคยบอกวิธีทำข้อสอบไว้แล้วก็ตาม แต่ก็อาจจบลงตรงที่ ลูกขอคำแนะนำจากพ่อแม่ด้วยตนเองด้วยความเต็มใจ และพร้อมจะรับฟังไปปฏิบัติ
"เฮ้อ!!! การ เป็นพ่อแม่ที่ดี มันไม่ง่ายเลยนะครับท่านสารวัตร"

Posted in เรื่องเล่าโฮมสคูล

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง